วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

วันปีใหม่

ปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้ไป -ทำบุญ -ให้อาหารปลา -ให้อาหารเต่า กับเพื่อนๆ ได้ขับรถกันไปทำบุญที่วัด เต่า คลอง 2 ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี images by free.in.th images by free.in.th

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วีดีโอออนดีมานด์

วีดีโอออนดีมานด์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) เป็นระบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้ ในหลายประเทศเช่น ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ทำให้ผู้ชมตามบ้านเรือนต่าง ๆ สามารถเลือกรายการวิดีทัศน์ ที่ตนเองต้องการชมได้โดยเลือกตามรายการ (Menu) และเลือกชมได้ตลอดเวลา วิดีโอออนดีมานด์ เป็นระบบที่มีศูนย์กลาง การเก็บข้อมูลวีดิทัศน์ไว้จำนวนมาก โดยจัดเก็บในรูปแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Video Server) เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกชมรายการใด ก็เลือกได้จากฐานข้อมูลที่ต้องการ ระบบวิดีโอ ออนดีมานด์จึงเป็นระบบที่จะนำมาใช้ ในเรื่องการเรียนการสอนทางไกลได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ผู้เรียนสามารถเลือกเรียน ในสิ่งที่ตนเองต้องการเรียนหรือสนใจได้

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

IP Address คืออะไร

IP Address คืออะไร IP Address ย่อมาจากคำเต็มว่า Internet Protocal Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องในระบบเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอลแบบ TCP/IP ถ้าเปรียบเทียบก็คือบ้านเลขที่ของเรานั่นเอง ในระบบเครือข่าย จำเป็นจะต้องมีหมายเลข IP กำหนดไว้ให้กับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องการ IP ทั้งนี้เวลามีการโอนย้ายข้อมูล หรือสั่งงานใดๆ จะสามารถทราบตำแหน่งของเครื่องที่เราต้องการส่งข้อมูลไป จะได้ไม่ผิดพลาดเวลาส่งข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1 เป็นต้น โดยหมายเลข IP Address ของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีค่าไม่ซ้ำกัน สิ่งตัวเลข 4 ชุดนี้บอก คือ Network ID กับ Host ID ซึ่งจะบอกให้รู้ว่า เครื่อง computer ของเราอยู่ใน network ไหน และเป็นเครื่องไหนใน network นั้น เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Network ID และ Host ID มีค่าเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า IP Address นั้น อยู่ใน class อะไร เหตุที่ต้องมีการแบ่ง class ก็เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ เป็นการแบ่ง IP Address ออกเป็นหมวดหมู่นั้นเอง สิ่งที่จะเป็นตัวจำแนก class ของ network ก็คือ bit ทางซ้ายมือสุดของตัวเลขตัวแรกของ IP Address (ที่แปลงเป็นเลขฐาน 2 แล้ว) นั่นเอง โดยที่ถ้า bit ทางซ้ายมือสุดเป็น 0 ก็จะเป็น class A ถ้าเป็น 10 ก็จะเป็น class B ถ้าเป็น 110 ก็จะเป็น class C ดังนั้น IP Address จะอยู่ใน class A ถ้าตัวเลขตัวแรกมีค่าได้ตั้งแต่ 0 ? 127 (000000002 ? 011111112) จะอยู่ใน class B ถ้าเลขตัวแรกมีค่าตั้งแต่ 128 ? 191 (100000002 ? 101111112) และ จะอยู่ใน class C ถ้าเลขตัวแรกมีค่าตั้งแต่ 192 - 223 (110000002 ? 110111112) มีข้อยกเว้นอยู่นิดหน่อยก็คือตัวเลข 0, 127 จะใช้ในความหมายพิเศษ จะไม่ใช้เป็น address ของ network ดังนั้น network ใน class A จะมีค่าตัวเลขตัวแรก ในช่วง 1 ? 126 สำหรับตัวเลขตั้งแต่ 224 ขึ้นไป จะเป็น class พิเศษ อย่างเช่น Class D ซึ่งถูกใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Multicast ของบาง Application และ Class E ซึ่ง Class นี้เป็น Address ที่ถูกสงวนไว้ก่อน ยังไม่ถูกใช้งานจริง ๆ โดย Class D และ Class E นี้เป็น Class พิเศษ ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาใช้งานในภาวะปกติ ตัวอย่าง IP Address Class A ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx Class B ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx Class C ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx จาก IP Address เราสามารถที่จะบอก ได้คร่าวๆ ว่า computer 2 เครื่องอยู่ใน network วงเดียวกันหรือเปล่าโดยการเปรียบเทียบ Network ID ของ IP Address ถ้ามี Network ID ตรงกันก็แสดงว่าอยู่ใน network วงเดียวกัน เช่น computer เครื่องหนึ่งมี IP Address 1.2.3.4 จะอยู่ใน network วงเดียวกับอีกเครื่องหนึ่งซึ่งมี IP Address 1.100.150.200 เนื่องจากมี Network ID ตรงกันคือ 1 (class A ใช้ Network ID 1 byte) วิธีตรวจสอบ IP Address 1.คลิกปุ่ม Start เลือก Run 2.พิมพ์คำว่า cmd กดปุ่ม OK 3.จะได้หน้าต่างสีดำ 4.พิมพ์คำว่า ipconfig กด enter 5.จะเห็นกลุ่มหมายเลข IP Address

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การสือสารข้อมูลไร้สาย

การสื่อสารบนระบบเครือข่ายไร้สายเริ่มจากการที่อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Wireless Access Point หรือ WAP ส่งข้อมูลข่าวสานในรูปแบบของคลื่นวิทยุออกมาทางอากาศ เราเรียกว่า Beacon สัญญาณข้อมูลที่เรียกว่า Beacon นี้ ประกอบด้วยข้อมูลข่าวสารจำนวนหนึ่ง ดังนี้ Service Set Identification (SSID) เป็นข้อมูลข่าวสารขนาด 2-32 ตัวอักษร ใช้เป็นชื่อของ WAP ที่จะให้บริการบนเครือข่าย ชื่อนี้จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นลูกข่ายไร้สายสามารถที่จะทราบว่าจะใช้ WAP ตัวใดเพื่อเข้าถึงเครือข่าย โดยชื่อนี้มากจากโรงงานผู้ผลิตและสามารถเปลี่ยนค่าได้ตามที่ต้องการ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับจังหวะการประสานของเวลา (Time Synchronization) จุดประสงค์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการสามารถปรับจังหวะสัญญาณนาฬิกาของตนให้ผสานกับจังหวะการสื่อสารข้อมูลบน WAP โดยจะจัดส่งข้อมูลข่าวสารนี้อกมาในรูปของการประทับเวลาบนเฟรมข้อมูลดังกล่าว ค่า FH หรือ DS ที่จัดตั้งไว้ ข่าวสารใน Beacon นี้ใช้กับเทคโนโลยีระบบเครือข่ายไร้สายที่ทำงานภายใต้ Spread Spectrum โดยเฉพาะสำหรับเครือข่ายไร้สายที่ใช้การผสมสัญญาณ แบบ FHSS ข้อมูลข่าวสารจะประกอบด้วยค่า Dwell Time ซึ่งก็คือห้วงเวลาของการเปลี่ยนความถี่ของช่องสัญญาณ รวมทั้งลำดับของ Hop (Hop Sequence) แต่สำหรับระบบ DSSS ข้อมูลข่าวสารภายใน Beacon นี้ประกอบด้วยข่าวสารเกี่ยวกับช่องสัญญาณ Traffic Indication Map (TIM) TIM เป็นตัวบ่งชี้ว่าขณะนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ WAP ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอยู่ในสถานะหลับอยู่ มันจะเปิดส่วนที่เป็นเครื่องรับไว้และคอยฟัง Beacon และตรวจสอบค่า TIM ดูว่าเครื่องนี้มีแพ็กเกตอยู่ในรายการของ WAP หรือไม่ หากไม่มีมันจะหลับต่อ อัตราความเร็วที่ WAP ให้การสนับสนุน เช่น 54 หรือ 11 Mbps กระบวนการที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายบนเครือข่ายคอยสดับตรับฟังการเผยแพร่ของสัญญาณดังกล่าว เราเรียกว่า Passive Scan แสดงลักษณะการแพร่สัญญาณเพื่อเปิดเผยความมีตัวตนของ Wireless Access Point เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้รับข้อมูลข่าวสารจาก Beacon แล้วจะจัดสร้างรายการเพื่อที่จะเลือก WAP ที่ต้องการเชื่อมต่อขึ้น ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าต้องการเชื่อมต่อกับ WAP ตัวใด ให้คลิกเลือกที่ชื่อของ WAP ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะจัดส่งข้อมูลข่าวสารออกไปที่ WAP เพื่อขอเชื่อมต่อ เราเรียกว่า การสร้างความเกี่ยวดองกันหรือขอสถาปนาการเชื่อมต่อขึ้น ขั้นตอนต่อไปอยู่ที่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ โดยจะสามารถเข้าสู่เครือข่ายได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่ตนมีอยู่ แสดงลักษณะการติดต่อสื่อสารเพื่อการเชื่อมต่อกับ Wireless Access Point จาก Client อย่างไรก็ดีเพื่อความปลอดภัยของระบบเครือข่าย ท่านอาจต้องปิดการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปิดให้บริการดังกล่าว โดยการเลือกยกเลิก "SSID Broadcast" บน WAP จากนั้นให้ตั้งค่าเพื่อการขอเชื่อมต่อไปที่ WAP แบบเจาะจงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ไร้สายบนเครือข่ายทุกเครื่อง โดยวิธีการเช่นนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อกับ WAP เพื่อใช้เป็นทางผ่านสู่เครือข่ายหลักจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Active Scan ซึ่งหมายถึงการริเริ่มส่งข่าวสารไปร้องขอให้มีการจัดตั้งการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับ WAP แทนการคอยรับฟัง ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN) เกิดขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1971 บนเกาะฮาวาย โดยโปรเจกต์ ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาวาย ที่ชื่อว่า “ALOHNET” ขณะนั้นลักษณะการส่งข้อมูลเป็นแบบ Bi-directional ส่งไป-กลับง่ายๆ ผ่านคลื่นวิทยุ สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ 4 เกาะโดยรอบ และมีศูนย์กลางการเชื่อมต่ออยู่ที่เกาะๆหนึ่ง ที่ชื่อว่า Oahu ระบบเครือข่ายไร้สาย (WLAN = Wireless Local Area Network) คือ ระบบการสื่อสารข้อมูลที่มีความคล่องตัวมาก ซึ่งอาจจะนำมาใช้ทดแทนหรือเพิ่มต่อกับระบบเครือข่ายแลนใช้สายแบบดั้งเดิม โดยใช้การส่งคลื่นความถี่วิทยุในย่านวิทยุ RF และ คลื่นอินฟราเรด ในการรับและส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ผ่านอากาศ, ทะลุกำแพง, เพดานหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ โดยปราศจากความต้องการของการเดินสาย นอกจากนั้นระบบเครือข่ายไร้สายก็ยังมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกอย่างเหมือนกับระบบ LAN แบบใช้สาย ที่สำคัญก็คือ การที่มันไม่ต้องใช้สายทำให้การเคลื่อนย้ายการใช้งานทำได้โดยสะดวก ไม่เหมือนระบบ LAN แบบใช้สาย ที่ต้องใช้เวลาและการลงทุนในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนี้ โลกของเราเป็นยุคแห่งการติดต่อสื่อสาร เทคโนโลยีต่างๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน ความต้องการข้อมูลและการบริการต่างๆ มีความจำเป็นสำหรับนักธุรกิจ เทคโนโลยีที่สนองต่อความต้องการเหล่านั้น มีมากมาย เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค เครื่องปาล์ม ได้ถูกนำมาใช้เป็นอย่างมากและ ผู้ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการใช้ ระบบเครือข่ายไร้สาย มีมากมายไม่ว่าจะเป็น - หมอหรือพยาบาลในโรงพยาบาล เพราะสามารถดึงข้อมูลมารักษาผู้ป่วยได้จาก เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค ที่เชื่อมต่อกับ ระบบเครือข่ายไร้สายได้ทันที - นักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็สามารถใช้งานโน๊ตบุ๊คเพื่อค้นคว้าข้อมูลในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย หรือใช้อินเตอร์เน็ท จากสนามหญ้าในมหาลัยได้ - นักธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ที่ทำงานปกติ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองานยังบริษัทลูกค้า หรือการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตัวไปงานประชุมสัมมนาต่างๆ บุคคลเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กรซึ่งอยู่ห่างออกไปหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์สาธารณะ เช่นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายจึงน่าจะอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลเหล่านี้ได้ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการเปิดให้บริการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ตามสนามบินใหญ่ทั่วโลก และนำมาใช้งานแพร่หลายในห้างสรรพสินค้า และโรงแรมต่างๆแล้ว

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ดาวเทียม

ปัจจุบัน ดาวเทียมไทยคม มีทั้งหมด 5 ดวง ใช้งานได้จริง 4 ดวง โดย 2 ใน 4 ดวงเป็นการใช้งานหลังหมดอายุที่คาดการณ์ และปลดระวางไปแล้ว 1 ดวง [แก้]ไทยคม 1 ไทยคม 1A ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 สร้างโดย Huges Space Aircraft (บริษัทลูกของ โบอิง) โคจรบริเวณพิกัดที่ 120 องศาตะวันออก ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2551) เดิมดาวเทียมดวงนี้อยู่ที่พิกัด 78.5 องศาตะวันออก เรียกชื่อว่า ไทยคม 1 เมื่อย้ายมาอยู่ที่ 120 องศาตะวันออก เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 จึงเรียกชื่อใหม่ว่า "ไทยคม 1A" ตำแหน่ง: 0°0′N 120°0′E [แก้]ไทยคม 2 ไทยคม 2 ดาวเทียมดวงที่สองของประเทศไทย เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 เช่นเดียวกับ ไทยคม 1A โคจรบริเวณพิกัดที่ 78.5 องศาตะวันออก ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2552) ตำแหน่ง: 0°0′N 78°5′E [แก้]ไทยคม 3 ไทยคม 3 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A โคจรบริเวณพิกัดเดียวกับ ไทยคม 2 คือ 78.5 องศาตะวันออก มีพื้นที่การให้บริการ (footprint) ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4 ทวีป สามารถให้บริการในเอเซีย ยุโรป ออสเตรเลีย และแอฟริกา และถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2540 มีอายุการใช้งานประมาณ 14 ปี แต่ปลดระวางไปเมื่อปี 2549 เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าไม่พอ ตำแหน่ง: 0°0′N 78°5′E [แก้]ไทยคม 4 ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมรุ่น LS-1300 SX สร้างโดย Space System/Loral พาโล อัลโต สหรัฐอเมริกา เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ความเร็ว 45 Gbps เป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากถึง 6486 กิโลกรัม และทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 มีอายุการใช้งานประมาณ 12 ปี [1] ตำแหน่ง: 0°0′N 120°0′E [แก้]ไทยคม 5 ไทยคม 5 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A (รุ่นเดียวกับไทยคม 3) สร้างโดย Alcatel Alenia Space ประเทศฝรั่งเศส มีน้ำหนัก 2800 กิโลกรัม มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV) ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เพื่อทดแทนไทยคม 3 ตำแหน่ง: 0°0′N 78°5′E [แก้]ไทยคม 6 ไทยคม6 เป็นดาวเทียมรุ่น สร้างโดย Space Exploration Technologies (SpaceX) มีน้ำหนัก3000 กิโลกรัม มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV) ดาวเทียมไทยคม 1A และ 2 พื้นที่ให้บริการในย่านความถี่ C-Band ดาวเทียมไทยคม 1A และดาวเทียมไทยคม 2 ครอบคลุม ไทย, ลาว, กัมพูชา, พม่า, เวียดนาม, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เกาหลี, ญี่ปุ่น, และชายฝั่งด้านตะวันออกของจีน[2] [แก้]ดาวเทียมไทยคม 3 สถานะ : ปลดระวาง พื้นที่ที่ดาวเทียมไทยคม 3 เคยให้บริการ ทวีปแอฟริกา : แอลจีเรีย, มาลี, อังโกลา, โมร็อคโค, เบนิน, โมซัมบิก, บอตสวานา, นามิเบีย, บรูคินา ฟาโซ, ไนเจอร์, บูรุนดี, ไนจีเรีย, แคเมอรูน, วันดา, แอฟริกากลาง, โซมาเลีย, ชาด, แอฟริกาใต้, คองโก, ซูดาน, สวาซิแลนด์, ดิกโบติ, แทนซาเนีย, อียิปต์, โทโก, เอธิโอเปีย, ตูนีเซีย, กาบอง, อูกันดา, กานา, ไซเร, กัวเนีย, ไอโวรี่ โคสต์, ซิมบาเบ, เคนยา, เลโซโท, ลิเบีย, มาดากัสการ์, มาลาวี ทวีปเอเชีย : อัฟกานิสถาน, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาเรน, บังกลาเทศ, ฎูฐาน, บรูไน, กัมพูชา, จีน, จอร์เจีย, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, อิรัก, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, คาซัคสถาน, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, คูเวต, คีรกีซ์สถาน, ลาว, เลบานอน, มาเลเซีย, มองโกเลีย, พม่า, เนปาล, โอมาน, ปาเลสไตน์, ปาปัวนิวกินี, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, ซาอุดิอาราเบีย, สิงค์โปร์, ศรีลังกา, ซีเรีย, ไต้หวัน, ทาจิกิสถาน, ตุรกี, เติร์กเมนิสถาน, สหรัฐอาหรับ, อุซเบกีสถาน, เวียดนาม, เยเมน ทวีปโอเซียเนีย : ออสเตรเลีย ทวีปยุโรป : อัลบาเนีย, อันดอร์ร่า, ออสเตรีย, บอสเนีย, เฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, โครเทีย, ครีรัส, เช็ก, เอสโทเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, กรีซ, ฮังการี, อิตาลี, ลัทเวีย, ลิทัวเนีย, ลักแซมเบิรก์, มาเซโดเนีย, โมนาโค, โมลโดวา, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โรมาเนีย, รัสเซีย, เฟเดอราชั่น, เซอร์เบีย, สโลวาเกีย, สโลวาเนีย, สเปน, สวีเดน, สวิสต์เซอร์แลนด์ [แก้]ดาวเทียมไทยคม 5 ย่านความถี่ C-Band : 25 ทรานสพอนเดอร์ ย่านความถี่ C-Band Global Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม 4 ทวีป ได้แก่ เอเชีย, ยุโรป, ออสเตรเลีย, แอฟริกา ย่านความถี่ Ku-Band : 14 ทรานสพอนเดอร์ ย่านความถี่ Ku-Band ของ Spot Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม ไทย, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ย่านความถี่ Ku-Band ของ Steerable Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม เวียดนาม, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน[3] [แก้]ดาวเทียมไทยคม 6 ย่านความถี่ C-Band : 18 ทรานสพอนเดอร์ ย่านความถี่ C-Band Global Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม 4 ทวีป ได้แก่ เอเชีย, ยุโรป, ออสเตรเลีย, แอฟริกา ย่านความถี่ Ku-Band : 8 ทรานสพอนเดอร์ ย่านความถี่ Ku-Band ของ Spot Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม ไทย, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ย่านความถี่ Ku-Band ของ Steerable Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม เวียดนาม, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน[4]

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ความแตกต่างของ 2g 3g และ 4g

1G(First Generation) ระบบสื่อสารไร้สายที่ใช้เทคโนโลยีระบบอนาล็อก สามารถบริการด้านเสียงเท่านั้นและสัฯญานเสียงก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ 2G (Second Generation ) การสื่อสารไร้สายด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอล คุณภาพด้านเสียงจะมดีกว่ายุค 1G และสามารถรับ-ส่งข้อมูลแบบ (circuit-switch) ด้วยความเร็วที่ระดับ 9.6 – 14.4 Kbps 2.5G อยู่กึ่งกลางระหว่าง 2G และ 3G มีระบบ GPRS (General Packet Radio Service) เพิ่มขึ้นมา GPRS สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุด 115 Kbps (1G ส่งข้อมูลได้ 9 Kbps ) แต่ในบ้านเราใช้ได้แค่ 40 Kbps โดย 2.5Gมีการพัฒนาให้เครื่องมือสื่อสารมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แต่เป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำ ดาวโหลดได้ช้าและได้จำนวนน้อย 2.75G เป็นการเริ่มใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) ต่อยอดจาก GPRS เป็นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วจากพื้นฐานของ GPRS ให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้น มีความเร็วระดับกว่า 40 Kbpsในระบบ 2G ถึง 4 เท่าตัว 3G เป็นระบบเครือข่ายไร้สายรุ่น ที่ทำงานบนพื้นฐานของระบบ IP ( Internet Protocol ) การดาวโหลดและอัพโหลดข้อมูลปัจจุบันอยู่ที่Download 14.4 Mbps / Upload 384 Kbps ในอนาคตมีแนวโน้มว่า จะมากถึง 42 Mbps บ้านเราขอให้มันทั่วก่อนก็บุญเล้ว เทคโนโลยีในยุค3Gก็มีสายพัฒนามาจากในยุคก่อนๆซึ่งที่จริงแล้วมีปลีกย่อยอีกหลายตัวขอไม่เล่าละกัน เทคโนโลยีในยุค 3G ได้แก่: CDMA2000,W-CDMA,TD-SCDMA,TDMA,IMT2000 4G ( Forth Generation ) พัฒนาต่อยอดจาก 3G เป็นการประยุกต์เอารูปแบบการสื่อสารทั้งหมดที่มีประสิทธิภาพมารวมกันเป็น ระบบเดียว รูปแบบและระบบการทำงานบางอย่างเหมือนกับ 3G แต่มีการเพิ่มขีดความสามรถการรับส่งข้อมูล ความเร็วสูงมากกว่าระบบ 3G ที่เพิ่มขึ้นถึง 100 Mbps ต่างตรงที่ 1)ความเร็วของเครือข่าย 2)ออนไลตลอดเวลา(ถ้ามันเป็น3Gเต็มตัวอะน่ะ) 3)อุปกรณ์เครื่องข้ายส่งข้อมูลแบบแพ็กเกจสวิตชิ่งเหมือนอินเตอร์เน็ต(เครื่อข่ายต่างๆเลยไม่อยากเปลี่ยนเป็น3G เพราะมันต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่ายเกือบทั้งหมดเพื่อให้เป็น 3G เต็มตัว)